Assabikoon กลุ่มชนแนวหน้า

Just another WordPress.com weblog

ความรู้เกี่ยวกับหะดีษ(6) สิงหาคม 4, 2009

  • จำแนกตามลักษณะของการนำมาใช้มาเป็นหลักฐานอ้างอิง (4)

    โดย อ.อันวา สะอุ


    ประเภทหะดีษฎออีฟ(ต่อ)

    มุรสัล เศาะหาบีย์ مرسل صحابي

    คือหะดีษที่รายงานโดยเศาะหาบะฮฺจากท่านรสูล แต่ทว่าเขาไม่ได้ฟังจากท่านรสูล(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) โดยตรง เนื่องจากเขายังเด็กฟังยังไม่รู้เรื่อง หรือเข้าอิสลามในช่วงท้ายของชีวิตท่านรสูล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)  แต่เขารายงานหะดีษเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เขาไม่ได้รวมอยู่ด้วย หรือเหตุการณ์ที่เกิดในช่วงตอนต้นของอิสลาม

    หุก่มหะดีษมุรสัล เศาะหาบีย์

    ปราชญ์ส่วนใหญ่เห็นว่า หะดีษประเภทนี้สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานได้ เพราะผู้ที่มีฐานะเป็นเศาะหาบะฮฺ จะจัดอยู่ในหมู่ผู้ที่มีคุณธรรมทุกคน เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะพูดเท็จ และส่วนใหญ่เศาะหาบะฮฺจะรายงานหะดีษจากเศาะหาบะฮฺด้วยกัน น้อยมากที่พวกเขาจะรายงานจากตาบิอีน แต่ถ้ารายงานจากตาบิอีนแล้วพวกเขาจะระบุชื่อตาบิอีนนั้นเสมอ

    ตัวอย่างหะดีษมุรสัล เศาะหาบีย์

    عَنْ ابْنِ عَبَّاسٍ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُمَا أَنَّهُ أَخْبَرَهُ أَنَّ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ خَرَجَ عَامَ الْفَتْحِ فِي رَمَضَانَ فَصَامَ حَتَّى بَلَغَ الْكَدِيدَ ثُمَّ أَفْطَرَ

    ความว่า “จากอิบนุอับบาส เขาได้เล่าว่า แท้จริงแล้วท่านรสูล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)ออกเดินทาง ในปีที่มีการพิชิตนครมักกะฮฺ ในเดือนรอมฎอน ขณะนั้นท่านได้ถือศีลอดอยู่ เมื่อถึง อัลเกาะดีด ท่านบีก็ได้ละศีลอด”

    หะดีษข้างต้นถือเป็นหะดีษมุรสัล เศาะหาบีย์ เนื่องจากอิบนุอับบาสได้รายงานหะดีษเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เขามิได้ร่วมอยู่ด้วย  เพราะตอนที่ท่านรสูลเดินทางนั้นเขายังอยู่ที่มักกะฮฺ ดังนั้นอิบนุอับบาส ต้องรับหะดีษนี้จากเศาะหาบะฮฺท่านอื่นอย่างแน่นอน

    หะดีษที่เป็นมุรสัลเศาะหาบีย์ส่วนมากมาจากเศาะหาบะฮฺรุ่นเล็ก เช่น อิบนุอับบาส อิบนุซุเบรฺ เป็นต้น

    หะดีษ มุอฺ ฎ็อล المعضل

    หะดีษ มุอฺฎ็อลคือ หะดีษที่มีผู้รายงานในอิสนาด(สายรายงาน)ตกหล่นในแห่งเดียวกันติดต่อกันสองคนหรือมากว่านั้น

    มุอฺฎ็อล ทางภาษาหมายถึง สิ่งที่หายาก หรือสิ่งที่เข้าใจยาก

    ตัวอย่างหะดีษ มุอฺฎ็อล

    หะดีษที่บันทึกโดยอิมามมาลิกในตำรา อัลมุวัฏเฏาะ/กิตาบ อัลญามิอฺ/บาบ อัลอัมรุ บิลริฟกฺ บิล มัมลูก

    حَدَّثَنِي مَالِك أَنَّهُ بَلَغَهُ أَنَّ أَبَا هُرَيْرَةَ قَالَ قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ لِلْمَمْلُوكِ طَعَامُهُ وَكِسْوَتُهُ بِالْمَعْرُوفِ وَلَا يُكَلَّفُ مِنْ الْعَمَلِ إِلَّا مَا يُطِيقُ

    ความว่า  “มีรายงานมาถึงอิมามมาลิกว่า แท้จริงอบูฮุรัยเราะฮฺ กล่าวว่า ท่านรสูล(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) กล่าวว่า สำหรับผู้ที่อยู่ใต้ปกครอง(ทาสหรือคนใช้)นั้นพึ่งได้รับอาหารและเครื่องนุ่งห่มที่ดี และไม่ควรใช้งานเกินความสามารถของเขา”

    จะสังเกตุว่าสายรายงานของหะดีษนี้มีผู้รายงานตกหล่นติดต่อกันสองคนระหว่างมาลิก กับอบูฮุรัยเราะ เพราะอิหม่ามมาลิกเกิดไม่ทันกับยุคอบูฮุรัยเราะฮฺซึ่งเป็นเศาะหาบะฮฺ

    ในตำราหะดีษเล่มอื่นๆนอกจากอัลมุวัฏเฏาะแล้ว อิหม่ามมาลิก จะรายงานหะดีษนี้ โดยระบุอิสนาดดังนี้ จากมาลิก จากมุหัมมัด บินอัจญลาน จากพ่อของเขา จากอบูฮุรัยเราะฮฺ………

    ดังนั้นเราจึงทราบว่าสายรายงานที่ปรากฏในอัลมุวัฏเฏาะนั้น มีผู้รายงานตกหล่น 2 คนคือมุหัมมัด บินอัจญลาน และพ่อของเขา(อัลอัจญลาน เมาลา ฟาฏิมะฮฺ)

    หะดีษมุงเกาะฏิอฺ المنقطع

    หะดีษมุงเกาะฏิอฺ คือหะดีษ ที่มีผู้รายงาน(ก่อนเศาะหาบะฮฺ)ตกหล่นหนึ่งหรือสองคน ไม่ว่าจะเป็นตรงจุดไหนก็ตาม และไม่จำเป็นต้องตกหล่นติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง

    การขาดตอนของมุงเกาะฏิอฺนั้นแตกต่างกับการขาดตอนของ มุอัลลัก มุรซัล และมุอฺฎ็อล

    คำว่ามุงเกาะฏิอฺ ทางภาษาหมายถึง สิ่งที่ขาด

    ตัวอย่างหะดีษมุงเกาะฏิอฺ

    หะดีษที่บันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺ หะดีษที่763 /กิตาบ อัลมะสาญิด วัลญะมาอาต /บาบ อัดดุอาอ์ อินดะ ดุคูลมัสญิด

    حَدَّثَنَا أَبُو بَكْرِ بْنُ أَبِي شَيْبَةَ حَدَّثَنَا إِسْمَعِيلُ بْنُ إِبْرَاهِيمَ وَأَبُو مُعَاوِيَةَ عَنْ لَيْثٍ عَنْ عَبْدِ اللَّهِ بْنِ الْحَسَنِ عَنْ أُمِّهِ عَنْ فَاطِمَةَ بِنْتِ رَسُولِ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَتْ كَانَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ إِذَا دَخَلَ الْمَسْجِدَ يَقُولُ بِسْمِ اللَّهِ وَالسَّلَامُ عَلَى رَسُولِ اللَّهِ اللَّهُمَّ اغْفِرْ لِي ذُنُوبِي وَافْتَحْ لِي أَبْوَابَ رَحْمَتِكَ وَإِذَا خَرَجَ قَالَ بِسْمِ اللَّهِ وَالسَّلَامُ عَلَى رَسُولِ اللَّهِ اللَّهُمَّ اغْفِرْ لِي ذُنُوبِي وَافْتَحْ لِي أَبْوَابَ فَضْلِكَ

    ความว่า “จากอบูบักรฺ บินอบี ชัยบะฮฺ จาก อิสมาอีล บินอิบรอฮีมและอบูมุอาวิยะฮฺ จาก ลัยษฺ จากอับดุลลอฮฺ บิน หะสัน จาก แม่ของเขา(ฟาฏิมะฮฺ บินตฺ อัลฮุเซน บิน อะลี)จากท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ บุตรีของท่านรสูล นางกล่าวว่า เมื่อท่านรสูล(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) เข้ามัสยิดท่านจะกล่าวว่า…

    بِسْمِ اللَّهِ وَالسَّلَامُ عَلَى رَسُولِ اللَّهِ اللَّهُمَّ اغْفِرْ لِي ذُنُوبِي وَافْتَحْ لِي أَبْوَابَ رَحْمَتِكَ

    (ด้วยพระนามของอัลลอฮฺและความสันติสุขจงมีแด่ศาสนทูตของพระองค์ โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดอภัยโทษบาปของข้าฯด้วยเถิด และได้โปรดเปิดประตูแห่งความเมตตาของพระองค์แเก่ข้าฯด้วยเถิด) และเมื่อท่านออกจากมัสยิดท่านกล่าวว่า..

    بِسْمِ اللَّهِ وَالسَّلَامُ عَلَى رَسُولِ اللَّهِ اللَّهُمَّ اغْفِرْ لِي ذُنُوبِي وَافْتَحْ لِي أَبْوَابَ فَضْلِكَ

    (ด้วยพระนามของอัลลอฮฺและความสันติสุขจงมีแด่ศาสนทูตของพระองค์ โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดอภัยโทษบาปของข้าฯด้วย และได้โปรดเปิดประตูแห่งความกรุณาของพระองค์แเก่ข้าฯด้วยเถิด)”

    สังเกตุจากอิสนาดของหะดีษนี้มีผู้รายงานตกหล่นอยู่หนึ่งคน เนื่องจากฟาฏิมะฮฺ บินตฺ อัลหุเซน บิน อะลี ไม่ทันได้พบท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ บุตรีของท่านรสูลซึ่งเป็นยายของนางนั้นเอง ระหว่างนางทั้งสองนี้ต้องมีผู้รายงานอีกคนที่ตกหล่นอยู่ ดังนั้นหะดีษนี้จึงถือเป็นหะดีษเฎาะอีฟ

    หะดีษมุดัลลัส المدلس

    คือหะดีษที่มีการปกปิดอำพรางในสายรายงานเพื่อให้เห็นว่าเป็นสายรายงานที่สมบูรณ์ไม่มีข้อบกพร่องใดๆ

    ในภาษาอาหรับเรียกการกระทำดังกล่าวว่า  تدليس ตัดลีส(การอำพราง) เรียกคนที่กระทำดังกล่าวว่า مدلس มุดัลลิส(ผู้อำพราง) ส่วนหะดีษนั้นเราเรียกว่าحديث مدلس   หะดีษมุดัลลัส(หะดีษที่ถูกอำพราง)

    เหตุที่ทำให้เกิดการตัดลีส

    เหตุที่ทำให้ผู้รายงานหะดีษบางคนอำพรางกระบวนการรายงานมีหลายประการ ส่วนใหญ่แล้วทำไปเพื่อปกปิดข้อบกพร่องในสายรายงาน เช่นในสายรายงานนั้นมีผู้ที่อ่อนแอรวมอยู่ด้วย แต่อยากให้สายรายรายงานนั้นดูมีค่าก็เลยตัดผู้ที่อ่อนแอออกจากสายรายงานให้เหลือแต่ผู้ที่มีความเชื่อถือ

    การตัดลีสนั้นมี 2 ประเภท

    1.    تدليس الإسناد ตัดลีส อัล-อิสนาด (ปกปิดอำพรางในกระบวนการรายงาน) ตัดลีส ประเภทนี้ มี 4 รูปแบบด้วย ดังต่อไปนี้

    1.1 تدليس الإسقاط    ตัดลีส อัลอิสกอฏ คือการที่ผู้รายงานได้รายงานหะดีษจากบุคคลที่เขาได้พบเจอกันและเคยฟังหะดีษแต่ทว่าเขาไปรายงานในสิ่งที่เขาไม่เคยฟังมา เพื่อให้คนอื่นเข้าใจว่าเขาได้ฟังหะดีษนั้นจากบุคคลดังกล่าว

    หรืออีกนัยหนึ่ง การที่ผู้รายงานได้รายงานหะดีษจากบุคคลที่เขาได้เคยเจอกันแต่ไม่เคยฟังหะดีษจากบุคคลดังกล่าวเพื่อให้คนอื่นเข้าใจว่าเขาได้ฟังหะดีษนั้นจากบุคคลดังกล่าว

    ตัวอย่าง หะดีษที่บันทึกโดยอบูอะวานะฮฺ

    عن الأعمش عن إبراهيم التيمي عن أبيه عن أبي ذر رضي الله عنه أن النبي صلى الله عليه وسلم قال :فلان في النار ينادي ياحنان يامنان

    ความว่า จากอัลอะอฺมัช จาก อิบรอฮีม อัตตัยมีย์ จาก พ่อของเขา จาก อะบีซัร รอฎิยัลลอฮุอันฮฺ แท้จริงท่านนบีได้กล่าวว่า บุคคลหนึ่งอยู่ในนรกแล้วร้องเรียกอัลลอฮฺว่า ยาหันนาน! ยามันนาน!

    อบูอะวานะฮฺถามอัลอะอฺมัชว่า ท่านได้ยินหะดีษมาจากอิบรอฮีมด้วยตัวท่านเองหรือ อัลอะอฺมัชตอบว่า เปล่า! หะกีม บิน ญุบัยรต่างหาก ที่รายงานหะดีษนี้แก่ฉัน

    โดยทั่วไปแล้วสำนวนการรายงานที่ติดต่อต่อเนื่องการผู้รายงานจะใช้คำว่า أخبرني อัคบะเราะนี(ได้เล่าแก่ฉันว่า…)  حدثنا  หัดดะษะนา(ได้รายงานแก่ฉันว่า…..)  سمعت  สะมิอฺตุ(ฉันได้ยินว่า…)

    ส่วนในการตัดลีสจะใช้สำนวนที่ไม่ชัดเจนและคลุมเครือเช่น عن  อัน(จาก….) ซึ่งไม่สามารถเจาะจงได้ว่าเขารายงานจากสายสืบหะดีษจริงหรือว่าเขารายงานมาจากบุคคลอื่นอีกที่

    1.2   تدليس التسوية  ตัดลีส อัต-ตัสวียะฮฺ คือผู้รายงานได้รายงานข้ามคนเฎาะอีฟ(อ่อน) ซึ่งอยู่ระหว่างสองคนที่เชื่อถือได้(ศิเกาะฮฺ)และสองคนนี้อยู่ในสมัยเดียวกันเคยพบเจอกัน เพื่อให้ดูว่าสายรายงานนั้นเป็นสายรายงานที่ศอหี้ห ซึ่งมีรูปแบบดังนี้

    • รูปแบบการรายงานก่อนการตัดลีส

    ผู้รายงาน [ ผู้เชื่อถือได้[    ผู้ที่อ่อน[    ผู้เชื่อถือได้

    • รูปแบบการรายงานหลังการตัดลีสแล้ว(ผู้ที่อ่อนจะถูกตัดไป)

    ผู้รายงาน [   ผู้เชื่อถือได้  [   ผู้เชื่อถือได้

    นักรายงานหะดีษที่มักกระทำการตัดลีสประเภทนี้บ่อยมีท่าน บะกียะฮฺ บิน วะลีด อัลหิมศีย์ , อัลวะลีด บิน มุสลิม อัดดิมัชกีย์

    1.3 تدليس القطع   ตัดลีส อัลกอฏอฺ คือ การที่มุดัลลีสได้ตัดสำนวนการรายงานจากผู้รายงานหะดีษ ดังเช่นเหตุการณ์ที่ อะลี บิน ค็อชรอม ได้เล่าว่า “พวกเราได้นั่งฟัง อิบนุอุยัยนะฮฺ รายงานหะดีษ ทั่นใดนั้น อิบนุอุยัยนะฮฺกล่าวว่า  อัซซุฮรีย์   มีคนหนึ่งถามเขาว่า อัซซุฮรีย์ได้เล่าหะดีษแก่ท่านหรือ? อิบนุอุยัยนะฮฺเงียบไปสักครู่ไม่ตอบคำถาม แล้วก็กล่าวอีกครั้งว่า  อัซซุฮรีย์  ก็มีคนถามเขาอีกว่า อัซซุฮรีย์ได้เล่าหะดีษแก่ท่านหรือ? สุดท้ายอิบนุอุยัยนะฮฺตอบว่า ฉันไม่ได้ฟังหะดีษจากอัซซุฮรีย์หรอก ที่จริงแล้ว อับดุรรอซาก ต่างหากที่ได้เล่าหะดีษแก่ฉัน จาก มะอฺมัร จาก อัซซุฮรีย์”

    1.4 تدليس العطف   ตัดลีส อัลอัฏฟฺ คือ การที่ผู้รายงานได้ยืนยันชัดเจนว่าเขาได้ฟังหะดีษมาจากอาจารย์ของเขาจริง แต่ทว่าเขาไปผนวกเอาอาจารย์อีกคนมาใส่ในสายรายงานทั้งๆที่เขาไม่ได้ฟังหะดีษนั้นจากอาจารย์คนดังกล่าวเลย

    ดังเหตุการณ์ที่อัลหากิมได้เล่าว่า “มีรายงานมาว่าบรรดาลูกศิษย์ของ ฮุชัยมฺ ได้ตกลงกันว่าในวันนี้พวกเขาจะไม่รับหะดีษที่ฮุชัยมฺผู้เป็นอาจารย์ ทำการตัดลีส แต่ทว่าฮุชัยมฺได้รู้ทันพวกเขา ครั้นเมื่อฮุชัยมฺได้รายงานหะดีษ เขาจะกล่าวสายรายงานว่า عن حصين ومغيرة عن إبراهيم  (จากหุศ็อยนฺและมุฆีเราะฮฺ จากอิบรอฮีม) เมื่อฮุชัยมฺรายงานหะดีษเสร็จก็ถามลูกศิษย์ของเขาว่า วันนี้พวกเจ้าพบว่าฉันตัดลีสหรือเปล่า? บรรดาลูกศิษย์ต่างตอบว่า ไม่พบว่าท่านทำการตัดลีสแต่อย่างใด ฮุชัยมฺกล่าวว่า ที่จริงแล้วฉันไม่ได้ฟังหะดีษนี้จากมุฆีเราะฮฺเลยแม้คำเดียว”

    2.    تدليس الشيوخ ตัดลีส อัช-ชุยูค (ปกปิดอำพรางในตัวอาจารย์)

    คือการที่ผู้รายงานได้รายงานหะดีษจากอาจารย์ที่เขาได้ฟังหะดีษมาด้วยตัวเอง โดยระบุชื่อ,ฉายา หรือชื่อเรียก ของอาจารย์ท่านนั้นด้วยชื่อที่คนทั่วไปไม่รู้จักมักคุ้นทั้งนี้เพื่ออำพรางในตัวอาจารย์ไม่ให้คนอื่นรู้

    ตัวอย่าง เคาะฏีบ อัลบัฆดาดีย์ ได้บันทึกหะดีษบทหนึ่งในหนังสือ อัรริหละฮฺ ฟี เฏาะละบิล หะดีษ โดยมีสายรายงานดังนี้ عن الحسن بن محمد الخلال   (จากอัลหะสัน บินมุหัมหมัด อัลค็อลล้าล) เคาะฏีบ อัลบัฆดาดีย์ได้ทำการตัดลีสชื่ออาจารย์ของเขาคนนี้ ว่า  الحسن بن أبي طالب (อัลหะสัน บิน อะบีฏอลิบ) ที่จริงทั้งสองเป็นคนเดียวกัน

    สาเหตุที่นักรายงานบางคนอำพรางชื่ออาจารย์ของตน

    1.          เพื่อปกปิดสถานภาพของอาจารย์เพราะเขาเป็นผู้ที่อ่อน ผู้ใดที่ตัดลีสด้วยจุดประสงค์นี้ถือว่าเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจอย่างยิ่ง

    2.          เนื่องจากบุคลลที่เขารับหะดีษมานั้นมีความอวุโสน้อยกว่าเขา

    3.          เพื่อให้เห็นว่าเขามีอาจารย์หลายคน

    4.          เพื่องลองภูมิหรือทดสอบความไหวพริบของนักวิชาการหะดีษที่ครำหวอดกับสายรายงานว่ามีความละเอียดอ่อนเพียงใด

    หุก่มของการตัดลีส

    การตัดลีสทุกประเภทถือว่าเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ ท่านชุอฺบะฮฺ บินหัจญาจ กล่าวว่า “ให้ฉันซินา(ผิดประเวณี)ดีกว่าให้ฉันทำการตัดลีส”และท่านยังกล่าวอีกว่า “การตัดลีสคือเพื่อนของการโกหก” รูปแบบของการตัดลีสที่เลวที่สุดคือ ตัดลีส อัตตัสวิยะฮฺ เนื่องจากเป็นการตัดลีสอำพรางผู้รายงานที่อ่อนแอ เพื่อให้สายรายงานนั้นดูเป็นสายรายงานที่ศอหี้หฺ

    ส่วนการตัดลีสรูปแบบอื่น อุลามาอ์จะแยกว่า

    • หะดีษที่รายงานโดยมุดัลลีสด้วยสำนวนการรายงานที่ไม่ชัดเจนคลุมเครือและเขาก็ไม่ได้ยืนยันว่าหะดีษนั้นเขาฟังด้วยตนเอง สายรายงานถือว่าไม่เป็นที่ยอมรับเนื่องจากเป็นสายรายงานที่ขาดตอน
    • หากผู้รายงานเป็นผู้ที่เชื่อถือได้ และเขาได้ยืนยันว่าได้ฟังหะดีษด้วยตนเอง เขา สายรายงานนั้นก็ถือว่ารับได้

    อุลามะอ์หะดีษบางท่านมีทัศนะว่า “หากการตัดลีสนั้นมีเจตนาที่จะปกปิดข้อบกพร่องบางอย่าง การกระทำของเขาถือว่าหะรอม(เป็นสิ่งต้องห้าม) แต่ถ้าหากเขามิได้มีเจตนาดังที่กล่าวมาก็ยังอนุโลมให้”

    นักวิชาการส่วนใหญ่(ญุมฮูรฺ) เห็นว่า อนุญาตให้รับการตัดลีสของบุคคลที่เรารู้ว่าเขาไม่เคย   ตัดลีส นอกจากผู้ที่เชื่อถือได้เท่านั้น เฉกเช่นท่าน สุฟยาน อัซเซารีย์,  เกาะตาดะฮฺ, อัลอะอฺมัช, อิบนุอุยัยนะฮฺ  เป็นต้น

Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s