Assabikoon กลุ่มชนแนวหน้า

Just another WordPress.com weblog

ความรู้เกี่ยวกับหะดีษ(3) สิงหาคม 4, 2009

  • จำแนกตามลักษณะของการนำมาใช้มาเป็นหลักฐานอ้างอิง(1)

โดย อ.อันวา สะอุ


จำแนกหะดีษออกเป็นสองประเภท คือ

1.      หะดีษที่นำมาเป็นหลักฐานได้

2.      หะดีษที่ใช้เป็นหลักฐานไม่ได้

หะดีษที่นำมาเป็นหลักฐานได้แบ่งออกเป็นสองประเภทคือ

1. หะดีษศอหี้หฺصحيح

2. หะดีษหะซัน حسن

หะดีษศอหี้หฺصحيح   คือหะดีษที่มีสายรายงานติดต่อกันอย่างไม่ขาดสายตั้งแต่ต้นสายจนถึงปลายสาย โดยผู้รายงานแต่ละคนต้องเป็นผู้มีคุณธรรม มีความจำเป็นเลิศ  หะดีษนั้นต้องไม่ขัดแย้งกับผู้สายรายงานอื่นที่น่าเชื่อถือกว่า และไม่มีความบกพร่องที่ซ่อนเร้น

ตัวอย่างหะดีษศอหี้หฺ

ท่านอิมามอัลบุคอรีย์ได้รายงานหะดีษบทหนึ่งไว้ในตำราหะดีษศอหี้หฺของท่านดังนี้

حَدَّثَنَا آدَمُ بْنُ أَبِي إِيَاسٍ قَالَ حَدَّثَنَا شُعْبَةُ عَنْ عَبْدِ اللَّهِ بْنِ أَبِي السَّفَرِ وَإِسْمَاعِيلَ بْنِ أَبِي خَالِدٍ عَنْ الشَّعْبِيِّ عَنْ عَبْدِ اللَّهِ بْنِ عَمْرٍو رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُمَا عَنْ النَّبِيِّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ: الْمُسْلِمُ مَنْ سَلِمَ الْمُسْلِمُونَ مِنْ لِسَانِهِ وَيَدِهِ وَالْمُهَاجِرُ مَنْ هَجَرَ مَا نَهَى اللَّهُ عَنْهُ

“มุสลิม คือผู้ที่ไม่รังแกบรรดาพี่น้องมุสลิมด้วยลิ้นและมือของเขา และอัลมุฮาญิรฺ (ผู้อพยพ) คือผู้ที่อพยพจากสิ่งที่อัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตาอาลา) ทรงห้าม

หะดีษบทนี้เป็นหะดีษที่ศอหี้หฺเนื่องจากมีคุณสมบัติห้าประการครบถ้วน คือ

1. มีสายรายงานติดต่อกันไม่ขาดตอน

2. ผู้รายงานทุกคนมีคุณธรรม

3. ผู้รายงานทุกคน มีความจำดีเลิศ

4. ไม่ขัดแย้งกับหะดีษที่แข็งแรงกว่า

5. ไม่มีความบกพร่องอันซ่อนเร้นใดๆในหะดีษ

ประเภทของหะดีษศอหี้หฺ

หะดีษศอหี้หฺแบ่งออกเป็นสองประเภท คือ

1. ศอหี้ห ลิษฺาติฮฺ صحيح لذاته คือหะดีษที่มีคุณสมบัติห้าประการครบถ้วน   (ศอหีหฺ ด้วยตังเอง)

2. ศอหี้หฺ ลิฆอยริฮฺصحيح لغيره  คือ หะดีษที่แต่เดิมเป็นหะดีษหะซัน แต่มีกระแสรายงานอื่นซึ่งอยู่ในระดับเดียวกันหรือสูงกว่ามาสนับสนุน จึงได้ยกระดับขึ้นเป็นศอหี้หฺ ลิฆอยริฮฺ (ศอหี้หฺ โดยอาศัยสายรายงานอื่นมาสนับสนุน)

ตำรารวบรวมหะดีษศอหี้หฺ

นักปราชญ์หะดีษคนแรกที่รวบรวมหะดีษที่ศอหี้หฺเป็นตำรา คือ ท่านอิมาม มุฮัมหมัด บิน อิสมาอีล อัลบุคอรีย์ (มีชีวิตระหว่างปี ฮ.ศ. 194-256) ตำราหะดีษของท่านมีชื่อว่า

المسند المختصر من حديث رسول الله صلى الله عليه وسلم وسننه وأيامه الجامع الصحيح

หรือเรียกสั้นๆว่า ศอหี้หฺ อัล-บุคอรีย์  صحيح البخاري   ต่อมาท่าน อิมามมุสลิม บิน หัจญาจ(มีชีวิตระหว่างปี ฮ.ศ.204-261) ศิษย์ของท่านอัลบุคอรีย์ได้รวบรวมหะดีษศอหี้หฺเป็นตำราอีก ซึ่งมีชื่อว่าศอหี้หฺมุสลิม صحيح مسلم

ตำราหะดีษของท่านทั้งสองถือว่าเป็นตำราที่ถูกต้องที่สุดหลังจากอัลกุรอาน นอกจากท่านทั้งสองแล้วยังมีปราชญ์คนอื่นๆที่พยายามรวบรวมหะดีษศอหี้หฺ เช่น อิบนุคุซัยมะฮฺ  , อิบนุหิบบาน เป็นต้น แต่ตำราของท่านเหล่านั้นก็ยังไม่ได้มาตรฐานเท่าตำราศอหี้หฺของอิมามบุคอรีย์และมุสลิม

หะดีษ หะสัน حديث حسن

หะดีษหะสัน คือหะดีษที่มีสายรายงานติดต่อกันอย่างไม่ขาดสายตั้งแต่ต้นสายจนถึงปลายสาย โดยผู้รายงานต้องเป็นผู้มีคุณธรรม แต่สมรรถภาพการจำหย่อน (กว่าหะดีษผู้รายงานหะดีษศอหี้หฺ)  ไม่ขัดแย้งกับผู้สายรายงานอื่นที่น่าเชื่อถือกว่า และไม่มีความบกพร่องที่ซ่อนเร้น

หะดีษหะสันมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับหะดีษศอหี้หฺ แต่จะต่างกันตรงที่สายรายงานบางคนมีความจำไม่ดีเลิศ เหมือนสายรายงานของหะดีษศอหี้หฺ แต่ก็ไม่ถึงขั้นเลอะเลือน

ข้อแตกต่างระหว่างหะดีษหะสันกับหะดีษศอหี้หฺนั้น อยู่ที่การกำหนดเงื่อนไข ความจำของสายรายงาน หากสายรายงานมีความจำดีเลิศ  ضبط تام ก็จัดอยู่ในระดับศอหี้หฺ ถ้าหากสายรายงานสมรรถภาพการจำหย่อนยาน  قل ضبطه ก็จัดอยู่ในระดับหะสัน

ตัวอย่างหะดีษหะสัน

หะดีษที่บันทึกโดยอัตติรมิซีย์ ในกีตาบุ้ล อะด๊าบ เลขที่ 2693 ว่า

حَدَّثَنَا مُحَمَّدُ بْنُ بَشَّارٍ حَدَّثَنَا يَحْيَى بْنُ سَعِيدٍ حَدَّثَنَا بَهْزُ بْنُ حَكِيمٍ حَدَّثَنِي أَبِي عَنْ جَدِّي قَالَ قُلْتُ يَا رَسُولَ اللَّهِ عَوْرَاتُنَا مَا نَأْتِي مِنْهَا وَمَا نَذَرُ قَالَ احْفَظْ عَوْرَتَكَ إِلَّا مِنْ زَوْجَتِكَ أَوْ مَا مَلَكَتْ يَمِينُكَ فَقَالَ الرَّجُلُ يَكُونُ مَعَ الرَّجُلِ قَالَ إِنْ اسْتَطَعْتَ أَنْ لَا يَرَاهَا أَحَدٌ فَافْعَلْ قُلْتُ وَالرَّجُلُ يَكُونُ خَالِيًا قَالَ فَاللَّهُ أَحَقُّ أَنْ يُسْتَحْيَا مِنْهُ

قَالَ أَبُو عِيسَى: هَذَا حَدِيثٌ حَسَنٌ وَجَدُّ بَهْزٍ اسْمُهُ مُعَاوِيَةُ بْنُ حَيْدَةَ الْقُشَيْرِيُّ….

( أخرجه الترمذي برقم 2693 كتاب الأدب/ باب:ماجاء في حفظ العورة)

ความหมายของหะดีษ (มุอาวิยะฮฺ บิน หัยดะฮฺ) กล่าวว่า “ฉันได้กล่าวถามท่านรอซูลศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า เอาเราะฮฺของพวกเรานั้นเมื่อใดต้องปกปิด และเมื่อใดที่ถูกยกเว้น” ท่านนบีจึงกล่าวว่า “จง ปกปิด เอาเราะฮฺของท่าน นอกเสียจากว่าเจ้าอยู่กับภรรยาหรือทาสีของเจ้า”  เขาได้กล่าวอีกว่า “หากผู้ชายอยู่ต่อหน้าผู้ชายอีกคน ต้องปกปิดเอาเราะฮฺไหม” ท่านนบีตอบว่า “ถ้าหากว่าเจ้าสามารถที่จะปกปิดมิให้ใครเห็นมันแล้วก็จงทำ”เขาได้ถามอีกว่า “ถ้าหากเขาอยู่คนเดียวตามลำพังเขาต้องปกปิดเอาเราะฮฺหรือไม่”ท่านนบีตอบว่า “แท้จริงเขาควรละอายต่ออัลลอฮฺ มากกว่าตัวเขาเสียอีก”

อบูอีซา (อัตติรมีซีย์) กล่าวว่า “หะดีษบทนี้เป็นหะดีษ หะสัน ปู่ของบะฮฺซฺ มีชื่อว่า มุอาวิยะฮฺ บิน หัยดะฮฺ อัล-กุชัยรีย์….”

บันทึกโดย อัตติรมิซีย์ หมายเลขหะดีษ 2693/ กิตาบ อัล-อะด๊าบ/  บาบ เกี่ยวกับการปกปิดเอาเราะฮฺ

หะดีษบทนี้เป็นหะดีษหะซัน เนื่องจากผู้รายงานทั้งหมดเป็นผู้เชื่อถือได้ทั้งสิ้น ثقة  นอกจากบะฮฺซฺ บิน หะกีม  เพราะนักวิจารณ์หะดีษได้จัดเขาอยู่ในระดับ เศาะดู๊ก صدوق( มีสัจจะ)  แต่สายรายงานที่เขารายงานจากพ่อของเขา พ่อจากปู่ จัดอยู่ในระดับสุดยอดหะดีษหะซัน

Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s