Assabikoon กลุ่มชนแนวหน้า

Just another WordPress.com weblog

ชี้แจงหนังสือ “สู่สันติภาพถาวร” สิงหาคม 3, 2009

Filed under: ชี้แจง — shabab00 @ 10:27 pm

manuscript2.jpg (375×376)

โดย อ.ปราโมทย์ ศรีอุทัย

ในประเด็นที่เกี่ยวกับ อรหัต หรือจะเรียกอีกอย่าง ว่า อรหันต์นั้น ต้องข้อชี้แจงเอาไว้ก่อนว่า ตาม พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 นั้น เมื่อเราไปตรวจสอบดูก็จะพบกับคำว่า อรหัต,อรหัต-( อะระหัด,ออระหัด,อะระหัดตะ-,ออระหัดตะ-) น. ความเป็นพระอรหันต์ และ พจนานุกรม ศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน  พิมพ์ครั้งที่ 1 ปี 2542 ได้ให้ความหมายศัพตัวนี้ว่า: Arahanta อรหันต์: ( พ.) ผู้บรรลุพระนิพพาน, พระอริยบุคคลชั้นสูงสุด,ผู้บรรลุอรหัตผล

สิ่งที่ได้รับความรู้จากข้างต้นก็คือ คำๆนี้เป็นคำที่ใช้เรียกบุคคลที่ได้บรรลุถึงสภาพๆหนึ่ง ตามความเชื่อของพุทธ โดยต้องผ่านขั้นตอนการฝึกฝนต่างๆกว่าที่จะบรรลุสู่สภาพเช่นนั้นได้  ทีนี้เรามาดูความหมายของคำว่า อัลลอฮฺ บ้าง แต่สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจเอาไว้ ณ ที่นี้ก่อนก็คือ ในอิสลามนั้น ผู้หนึ่งผู้ใดไม่มีสิทธิที่จะไปเข้าใจศาสนาอิสลามเอาเองโดยที่ไม่กลับไปดูแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ของ อิสลาม และแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้มากที่สุดของอิสลามมีอยู่สองแหล่งหลักๆ นั้นก็คือ 1. คัมภีร์อัล-กุรอาน ซึ่งเป็นพระดำรัสของพระผู้เป็นเจ้าที่ได้ประทานมาให้แก่ศาสดามุฮัมมัด(ซ.ล.)  2. อัลฮะดีษหรือวัจนะของท่านศาสดามุฮัมมัด ที่เชื่อถือได้ ที่ได้รับการจดบันทึกเอาไว้เป็นอย่างดี และข้อย้ำว่าจะต้องเป็นฮะดีษที่ได้รับการยืนยันว่าถูกต้อง ว่าเป็นวัจนะของท่านศาสดาจริงจากนักวิชาการผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในวิชาการ ฮะดีษ  และที่กล่าวมาคือแหล่งข้อมูลที่สำคัญที่สุดของ อิสลาม ถ้าจะพูดอะไรมาก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับ อิสลาม จะต้องอ้างอิงจากสองแหล่งที่ว่ามานี้เป็นหลัก จะมานั่งคิดหรือนั่งนึกเอาเองมิได้เป็นอันขาด เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น ศาสนาก็จะเละเทะและถูกบิดเบือนไปจากความเป็นจริงอย่างแน่นอน คนหนึ่งก็คิดเอาอย่างหนึ่ง ในขณะที่อีกคนก็คิดเอาเองอีกอย่างหนึ่ง ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วจะมี คัมภีร์อัลกุรอาน และอัลฮะดีษ เอาไว้ทำไม เพราะฉะนั้นขอให้จำให้ขึ้นใจเอาไว้เลยว่า ถ้าจะพูดอะไรก็แล้วแต่ หรือถ้าจะตรวจสอบดูว่าคำพูดนั้นๆ หรือ สิ่งที่ถูกเขียนขึ้นนั้นๆว่า เกี่ยวข้องกับอิสลามจริงหรือไม่ หรือเป็นคำสอนที่แท้จริงของอิสลามหรือไม่ ก็จะต้อง กลับไปตรวจสอบ สองสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าไม่พบ ก็ให้เข้าใจเอาไว้ก่อนเลยว่านั้นมิใช่อิสลาม ขอให้เข้าใจตามนี้ และอีกอย่างก็คือ โดยเฉพาะในเรื่องหลักการศรัทธาแล้ว จะมาคิดหรือตีความเอาเองไม่ได้เด็ดขาดทั้งนี้ก็เพราะ ตัวท่านศาสดานั้นเป็นผู้ที่รู้และเข้าใจศาสนามากที่สุด รองลงมาก็คือ บรรดาสาวกที่อยู่ร่วมกับท่านศาสดา ได้ยินได้ฟังและเรียนรู้ศาสนาจากท่านศาสดาโดยตรง ท่านได้สอนเอาไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ดังนั้น การเข้าใจ อิสลามอย่างถูกต้องและแท้จริงก็คือ การเข้าใจอิสลาม ตามที่ตัวท่านศาสดาเองตลอดจน บรรดาสาวกของท่านได้อธิบายเอาไว้ ด้วยเหตุนี้เองท่านศาสดาจึงได้กล่าวเอาไว้อย่างชัดเจนว่า ใครก็แล้วแต่อธิบายคัมภีร์อัลกุรอาน เอาเองโดยใช้ความคิดตนเอง ก็ให้เขาผู้นั่งเตรียมที่นั่งเอาไว้ในนรกได้   ศาสนานั้นถ้าปล่อยให้เขาใจเอาเองแล้วก็จะเป็นอย่างที่บอก นั้นคือ เละเทะแน่นอน ด้วยเหตุนี้อิสลามจริได้มีท่านศาสดาจึงได้วางระบบป้องกันเอาไว้ เพื่อรักษาศาสนาให้คงความบริสุทธิ์อยู่ตลอดแม้ว่าตัวท่านจะจากไปแล้วก็ตาม และนี้คือความสมบูรณ์ ในอิสลามที่ไม่ต้องการ การเพิ่มเติม หรือการตัดทอนใดๆทั้งสิ้นในด้านคำสอน โดยเฉพาะในด้านหลักการศรัทธาและความเชื่อ ดั่งที่คัมภีร์อัลกุรอานได้กล่าวรับรองและยืนยันเอาไว้ ความว่า:

[ วันนี้ข้า(อัลลอฮฺ)ได้ให้สมบูรณ์แก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งศาสนาของพวกเจ้าและข้าได้ให้ครบถ้วนแก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งความกรุณาเมตตาของข้า และข้าได้เลือกอิสลามให้เป็นศาสนาแก่พวกเจ้าแล้ว ]

(ความหมายคัมภีร์อัล-กุรอาน บทที่ 5 โองการที่ 3 )

ตอนนี้เรามาวิเคราะห์ตรวจสอบดู ข้ออ้างที่ว่า คำว่าอัลลอฮฺนั้น ไปมีความเกี่ยวข้อ หรือเป็น บุคคลเดี่ยวกับพระ อรหัต เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าข้ออ้างนี้จริงหรือไม่อย่างไร ก็ทำตามสูตรที่บอกเอาไว้ นั้นก็คือ ให้เรากลับไปตรวจดู จากแหล่งอ้างอิง ทั้งสอง  เราพบว่าในคัมภีร์อัลกุรอานได้บรรยายถึง พระองค์อัลลอฮฺว่าเป็นใคร เป็นอย่างไรเอาไว้ดังนี้:

[ 1. จงกล่าวเถิด มุฮัมมัด พระองค์คืออัลลอฮฺผู้ทรงเอกะ

2. อัลลอฮฺนั้นทรงเป็นที่พึ่ง

3. พระองค์ไม่ประสูติ และไม่ทรงถูกประสูติ

4. และไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนพระองค์ ]

(ความหมายคัมภีร์อัล-กุรอาน บทที่ 112 โองการที่ 1-4 )

แค่ใช้โองการนี้อย่างเดียวผู้อ่านก็สามารถแยกออกและตัดสินได้แล้วว่า อัลลอฮฺ และ อรหัต นั้น เหมือนกัน หรือแตกต่างกัน เรามาดูกันต่อไปอีกว่าอัลกุรอานได้กล่าวเอาไว้อย่างไร

[ พระผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งเจ็ดเป็นชั้น ๆ เจ้าจะไม่เห็นแต่อย่างใดในความไม่ได้สัดส่วนในการสร้างของพระผู้ทรงกรุณาปรานี  ดังนั้นเจ้าจงหันกลับมามองดูซิ เจ้าเห็นรอยร้าวหรือช่องโหว่บ้างไหม ? ]

(ความหมายคัมภีร์อัล-กุรอาน บทที่ 67 โองการที่ 3 )

[ดังนั้นในวันกิยามะฮ์(*1*) อัลลอฮ์จะทรงตัดสินระหว่างพวกเขาในสิ่งที่พวกเขาขัดแย้งกัน ]

(1)  วันที่มนุษย์ถูกให้ฟื้นคืนชีพ เพื่อรับการตอบแทน

(ความหมายคัมภีร์อัล-กุรอาน บทที่ 2 โองการที่ 113 )

[ และถ้าเจ้าถามพวกเขาว่า ใครเป็นผู้สร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน แน่นอนพวกเขาจะกล่าวว่าอัลลอฮฺ ]

(ความหมายคัมภีร์อัล-กุรอาน บทที่ 39 โองการที่ 38 )

[ และอัลลอฮ์ทรงบังเกิดพวกเจ้า แล้วทรงให้พวกเจ้าตาย และบางคนในหมู่พวกเจ้ามีผู้ถูกนำกลับไปยังวัยต่ำสุดของชีวิต(*1*) เพื่อมิให้เขารู้อะไรหลังจากที่เคยมีความรู้(*2*) แม้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงอานุภาพ ]

(1)  คือวัยชราและความหลงเลอะเลือน
(2)  เพื่อให้ลืมสิ่งที่เขารู้ ซึ่งเขาจะมีสภาพคล้ายกับเด็กคือด้อยทั้งกำลังวังชาและสติปัญญา

(ความหมายคัมภีร์อัล-กุรอาน บทที่ 16 โองการที่ 70 )

คงได้เห็นแล้วว่า ระหว่างคำนิยามหรือความหมาย ที่บ่งบอกถึงคำว่า อัลลอฮฺ แล คำว่า อรหัต นั้นแตกต่างกันมากและเป็นคนละ บุคคลกันอย่างเห็นได้ชัด การที่จะเอาคำใดคำหนึ่งที่ดูคล้ายๆกัน มาเปรียบเทียบ และด่วนสรุปเอาเองว่าเป็นคำๆเดียวกัน ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมเท่าไหร่นักในทางวิชาการ โดยเฉพาะถ้าจะพูดอะไรที่เกี่ยวข้องกับอิสลามแล้วละก็ จะต้องมีหลักฐานอ้างอิงมาจากสอง แหล่งหลักๆ ดั่งที่ได้กล่าวไปแล้ว  และที่สมควรอย่างยิ่งที่จะทำความเข้าใจไว้ ณ ที่นี้ก็คือ การที่จะตัดสินศาสนาใดศาสนาหนึ่ง โดยมองดูที่ผู้นับถือศาสนานั้น ย่อมเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง และไม่เป็นธรรมด้วย เพียงเพราะ ฮิตเลอร์ ฆ่าคนยิวตายเป็นจำนวนมาก เราสามารถกล่าวได้ไหมว่า ศาสนา คริสต์สอนให้ ฆ่าผู้คนบริสุทธ์ ( ฮิตเลอร์เป็น คริสเตียน)  แน่นอนย่อมไม่ได้แน่ เช่นเดียวกัน เพียงเพราะคนๆหนึ่ง กล่าวว่า อิสลามที่แท้จริง น่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ หรือเช่นนั้นเช่นนี้ เราจะรู้ได้อย่างไงว่า คำกล่าวอ้างของคนๆนั้นที่เกี่ยวกับอิสลามนั้นถูกต้องจริงหรือไม่ ถ้าต้องการรู้ก็ให้ทำตามสูตรที่บอกเอาไว้แล้วเราก็จะรู้ได้ทันทีว่าคำกล่าวอ้างของคนๆนั้นเป็นจริง หรือเป็นเท็จ ง่ายนิดเดียว นั้นก็คือ เราก็ไปตรวจดูว่า คำกล่าวอ้างของคนๆนั้นที่เกี่ยวกับอิสลาม ได้ถูกกล่าวยืนยันและรับรองเอาไว้ ในคัมภีร์อัลกุรอาน หรือ อัลฮะดีษหรือไม่ และถ้าเกิดว่ามีจริง  ก็ต้องถามต่อไปว่า คนๆนั้นที่อ้างเกี่ยวกับอิสลาม ได้เข้าใจ คัมภีร์อัลกุรอานโองการนั้นๆ หรืออัลฮะดีษบทนั้นๆ ตามที่ท่านศาสดา หรือ สาวกได้อธิบายเอาไว้ไหรือไม่  เท่านี้เราก็สามารถรู้ได้ว่า คำกล่าวอ้างของคนๆนั้นถูกต้องหรือไม่อย่างไร

Advertisements
 

One Response to “ชี้แจงหนังสือ “สู่สันติภาพถาวร””

  1. คนหลงทาง Says:

    เปรียบเทียบได้เยี่ยมมากคับ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s