Assabikoon กลุ่มชนแนวหน้า

Just another WordPress.com weblog

แนวความคิดอุดมการณ์ที่ซึ่งเวลาของมันนั้นได้มาถึงแล้ว กรกฎาคม 29, 2009

bluegy Images Hosting

แนวความคิดอุดมการณ์ที่ซึ่งเวลาของมันนั้นได้มาถึงแล้ว 1

บทความโดย แพทริค เจ บุชานัน 2

แปลโดย ชารีฟ วงศ์เสงี่ยม

ในปี ค.ศ. 1938 อันเป็นปีของ เอนคลัซ 3 ( Anschluss ) และ ข้อตกลงมิวนิค ( Munich ) ชาวคาทอลิกคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะรับรู้และเข้าใจอะไรได้เป็นอย่างดี ได้มองข้ามทวีปไปอันเป็นที่ซึ่งมรสุมแห่งสงครามนั้นได้เกิดขึ้นและเขาก็พบอีกว่าเมฆหมอกแห่งสงครามอีกลูกหนึ่งได้กำลังก่อตัวกันขึ้น

เฮแลร เบลเลค 4 ได้เขียน เอาไว้ว่า  “ ผมได้คิดมาเสมอ…บางทีอาจจะเป็นเช่นนั้นก็ได้  ว่า จะมีการฟื้นคืนชีพกลับขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งของอิสลสาม  และ ลูกๆหลานๆของพวกเราก็จะได้เห็นอีกเช่นกันถึง การเกิดขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่งแห่งความพยายามต่อสู้ขับเคี่ยวและหั่มหั่นกันอย่างอย่างดุเดือดระหว่างวัฒนธรรมแห่งคริสเตียน กับคู่แข่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมันที่มีมาช้านานกว่าพันปี ”

เบลเลค ได้กล่าวเช่นนั้นในทำนองทำนายเอาไว้ล่วงหน้า ในขณะที่คริสต์เตียนกำลังจะตายหายไปจากยุโรป แต่กระนั้นอิสลามก็กลับกำลังเฟื้องฟูขึ้น อันจะเป็นการทำให้ศตวรรษ ที่ 21 ต้องสั่นสะท้าน ดั่งที่อิสลามได้เคยทำมาแล้วหลายต่อหลายศตวรรษก่อนหน้านั้น

ในความเป็นจริงแล้ว ในขณะที่เรากำลังมองดูกองทัพติดอาวุธของอเมริกาต่อสู้ไม่ว่าจะเป็นทั้งกับผู้ต่อต้านจากฝ่ายซุนนี่ กลุ่มกองกำลังทหารของฝ่ายชีอะฮฺ และพวกนักรบญี่ฮาดีทั้งหลายในอีรัก รวมไปถึงฝ่ายตอลีบันที่กลับฟื้นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง โดยทุกกลุ่มที่กล่าวมาต่างร้องขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ  ก็ทำให้เราคิดถึงคำกล่าวอะไรบางอย่างของ วิคเตอร์ฮิวโก้ได้ นั้นก็คือ ไม่มีกองทัพไหนที่จะทรงพลังอำนาจได้เท่าเทียมกับ แนวความคิดอุดมการณ์ที่ซึ่งเวลาของมันได้มาถึงแล้ว

แนวความคิดอุดมการณ์ที่ว่ามานี้ส่งผลให้เห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งมีคู่ต่อสู้ของเราหลายต่อหลายคนพยายามที่จะต่อสู้กับมันอยู่  พวกเขามีความเชื่อและศรัทธาที่ว่า มีพระผู้เป็นเจ้าที่แท้จริงองค์เดียวเท่านั้น นั้นคืออัลลอฮฺ และ มู่ฮัมมัดนั้นเป็นศาสนทูตของพระองค์ อีกทั้งอิสลามอันเป็นการยอมทำตามเจตนารมณ์แห่งอัล-กุรอานนั้นจะเป็นวิถีทางเดียวเท่านั้นที่จะนำไปสู่สรวงสวรรค์  และ สังคมแห่งการมีจิตสำนึกต่อพระผู้เป็นเจ้านั้นสมควรที่จะต้องถูกปกครองด้วยกฎหมายแห่งอิสลามหรือที่เรียกว่าชะรีอะฮฺ  หลังจากที่ได้พยายามด้วยกับวิถีทางอื่นและประสบกับความล้มเหลวมาแล้ว พวกเขาก็กลับคืนสู่อ้อมกอดแห่งอิสลามอีกครั้งหนึ่ง

แนวความคิดอุดมการณ์อะไรที่เราจะต้องนำเสนอ  ชาวอเมริกาเชื่อว่า ความมีอิสระเสรีภาพจะเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงเกียรติแห่งความเป็นมนุษย์  อีกทั้งระบบการตลาดแบบเสรีและระบอบประชาธิปไตย จะสามารถค้ำประกันถึงชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่ทุกๆคนได้ ดั่งที่มันได้เกิดขึ้นมาแล้วในตะวันตก และที่กำลังเป็นอยู่ในเอเชีย

นับตั้งแต่อะตาเทิรกเป็นต้นมามีผู้คนจำนวนเป็นล้านๆคนในประเทศอิสลามที่ได้รับเอาแนวความคิดแบบตะวันตกเช่นนี้มาในถานะเป็นตัวเลือก แต่กระนั้นมาในปัจจุบันนี้คนมุสลิมจำนวนหลายสิบล้านคน ก็เริ่มที่จะปฏิเสธแนวความคิดที่ว่ามานี้ โดยหันกลับมาสู่รากเง้าที่มาเดิมของพวกเขา นั้นก็คืออิสลามอันสะอาดบริสุทธิ์กว่า

ในความเป็นจริงแล้ว ความยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคงแห่งความศรัธาและเชื่อมั่นของอิสลามนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ต้องน่าทึ่ง

อิสลามได้เอาตัวรอดมาได้จาก 20 ปี แห่งความพ่ายแพ้ และความอัปยศอดสู่ จากน้ำมือของอาณาจักรออตโตมาน และการทำลายล้างระบบคอลีฟะฮฺของอะตาเทิรก อิสลามยืนหยัดอย่างมั่นคงต่อการปกครองของชาวตะวันตกมาเป็นระยะเวลาหลายชั่วอายุคนด้วยกัน อีกทั้งยังเอาตัวรอดอยู่มาได้จากกษัตริย์ทั้งหลายที่สนับสนุนตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นในประเทศอียิปต์ อีรัก เอธิโอเปีย หรือ อีหร่าน  อิสลามสามารถปกป้องรักษาตัวของมันเองเอาไว้ได้ ให้พ้นจากลัทธิคอมมิวนิสต์ได้อย่างง่ายดาย  และเอาตัวรอดมาได้จากความพ่ายแพ้อย่างราบคาบ ในปี ค.ศ.  1967ของแนวความคิดแบบนัสเซอร์ และอิสลามก็ยังได้พิสูจน์ตัวมันเองให้เห็นถึงความยืนหยัดอย่างแน่วแน่นยิ่งไปกว่าลัทธิชาตินิยม ทั้งของ อะระฟัด และ ซัดดัม  และมาในขณะนี้ อิสลามก็กำลังต่อต้านและต้านทานกับมหาอำนาจสุดท้ายของโลกนี้

สิ่งที่เป็นเหตุที่ทำให้ต้องเขียนคอลัมน์นี้ขึ้นมาก็อันเนื่องมาจาก รายงานข่าวจากวอชิงตันไทมสฺ ฉบับวันที่ 20 เดือน มิถุนายน ที่กระตุ้นให้ต้องตื่นตัว ซึ่งเขียนโดย เจมสฺ แบรนดอน มันทำให้เราต้องตื่นตัวต่อสิ่งใหม่ๆที่เราจะต้องเผชิญหน้า

“กลัวกันว่าการจับกุมจะเป็นเหตุให้เกิดการยึดครองอำนาจของกลุ่มติดอาวุธผู้นิยมอิสลาม”   นี่เป็นการฟาดหัวข่าวตั้งแต่เดือนพฤษภาคมมาแล้ว เกี่ยวกับการจับกุมกลุ่มนักรบ 500 คน ซึ่งมีการกล่าวหาพวกเขาว่าได้วางแผนที่จะโค่นล้มกษัตรย์แห่งโมรอคโค และพยายามที่จะก่อตั้งสถาปนารัฐอิสลามขึ้นมา ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นก็จะเท่ากับเป็นการตัดสัมพันธไมตรีกับพวกนอกศาสนาแห่งตะวันตก ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะทำให้ความยากจนและการฉ้อโกงคอรัปชั่นได้หมดไป ซึ่งพวกเขากล่าวว่าเป็นเหตุมาจากชาวตะวันตก

การจับกุมดังกล่าวก่อให้เกิดความหวาดกลัวกันว่า กลุ่ม อัล-อัดลฺ วัล อิฮซานิ หรือ ความยุติธรรม และ ภารดรภาพ  จะเตรียมพร้อมที่จะหยิบอาวุธขึ้นสู้เพื่อที่จะทำให้คำทำนายของบรรดาผู้เป็นอาจารย์แห่งจิตวิญญาณของกลุ่มนี้ได้กลายเป็นจริงขึ้นมา ที่ว่า ระบบกษัตรย์จะสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 2006 นี้  ถึงแม้ว่า กลุ่ม อัล-อัดลฺ วัล อิฮซานิ จะเป็นกลุ่มที่ผิดกฎหมาย แต่มันก็เป็นกลุ่มการเคลื่อนไหวแห่งอิสลามที่ใหญ่ที่สุดของโมรอคโค ซึ่งคว่ำบาตรการเลือกตั้ง และก็ยังมีผู้ให้การสนับสนุนอยู่เป็นแสนๆคน กลุ่มนี้ควบคุมมหาวิทยาลัยต่างๆ อีกทั้งปลุกระดม คนหนุ่มให้มีแนวความคิดนิยมการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงถึงแม้จะมีความรุนแรง

ผู้ก่อตั้งกลุ่มนี้ก็คือ เชค อับดิสสลาม ยาซซิน ซึ่งเขาได้ประกาศถึงจุดมุ่งหมายของกลุ่มนี้ เอาไว้ นั้นก็คือ การนำมัสยิดและรัฐให้กลับมาเป็นหนึ่งอีกครั้ง โดยเขากล่าวว่า “ การเมือง และ ศาสนา ได้ถูกทำให้แยกออกจากกันมาโดยตลอดโดยพวกอาหรับชั้นสูง และเรามีความสามารถที่จะเชื่อมมิติทั้งสองแห่งอิสลามนี้ให้เข้ากันได้อีกครั้ง และนั้นคือเหตุผลที่ว่าทำไมประชาชนถึงเกรงกลัวเรา ”

และอาจที่จะกล่าวเสริมได้อีกว่า  นั้นคือเหตุผลที่ทำให้ผู้คนทั้งหลายยอมรับในกลุ่มนี้

ถ้าในขณะนี้ โมรอคโค ได้แสดงบทบาทออกมาในการขับเคี่ยวและต่อสู้กันระหว่างนักรบอิสลามกับตะวันตก สัมพันธ์ภาพของกองกำลังในเดือน มิถุนายน ปี ค.ศ. 2006 จะเป็นเช่นไร

กลุ่มผู้นิยมอิสลาม กำลังครอบครอง อำนาจในโซมาเลีย อีกทั้งยังครอบครองอำนาจในประเทศซูดาน กลุ่มมุสลิมภารดรภาพครองใจคน  60 เปอร์เซ็นต์ ของกลุ่มชนต่างๆ ที่มันลงแข่งขันในประเทศอียิปต์ได้  กลุ่มฮิซบุลลอฮฺ สามารถได้ชัยชนะมาอย่างง่ายดายทางตอนใต้ของเลบานอน กลุ่มฮามาซยึดเอาอำนาจจากกลุ่มฟาตะฮฺมาได้ ทั้งในเวสแบงค์ และชนวนกาซ้า  พรรคต่างๆของชีอะฮฺที่ยอมรับฟังอายาตุลลอฮฺ ซิซตานี่ ก็กลับปฏิเสธคนโปรดของเรา นั้นคือ ชาลาบี้ และ อี๊ยาดอัลลาวี่ ในการเลือกตั้งของอีรัก  มะฮฺมูด อะฮฺมาดีเนญัด กลายเป็นผู้นำชาวอีหร่านได้รับการยกย่องนับถือมากที่สุด นับตั้งแต่ โคไมนี่ ในขณะที่ในประเทศอัฟกานิสถาน กลุ่มตอลีบันก็กำลังเตรียมตัวที่จะกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ได้เกิดขึ้นในปีที่แล้ว และเรากำลังจะได้รับชัยชนะที่ไหนกัน ?

อะไรคือข้อเรียกร้องแห่งกลุ่มนักรบอิสลาม ประการแรกก็คือ สารของมัน นั้นก็คือ  ในเมื่อวิถีทางอื่นๆทั้งหมดได้ทำให้เราต้องประสบกับความล้มเหลว แล้วทำไมไม่ใช้ชีวิตให้เป็นไปตามหลักความเชื่อและศรัทธาและตามกฎหมายที่พระผู้เป็นเจ้าได้มอบให้แก่เรามา

ประการที่สอง มันเป็นความเดือดดาลของมุสลิม ต่อสภาพที่มีอยู่ในขณะนี้ ที่ซึ่งระบบการปกครองแบบสนับสนุนตะวันตก ได้ถูกถือว่าเป็นระบบที่เอาผลประโยชน์เข้าตัวเองอย่างคดโกง ในขณะที่คนยากจนต้องประสบกับความทุกข์ยาก

ประการที่สาม ผู้คนทั้งหลายที่นับถือศาสนาอิสลามได้รับการสอนสั่งว่าการมีอยู่อย่างดาษดื่นของทหารอเมริกาในประเทศของพวกเขานั้น ก็เพียงเพื่อมีเป้าหมายที่จะลักขโมยทรัพยากรที่พระผู้เป็นเจ้าได้มอบให้แก่พวกเขามา อีกทั้งมีจุดมุ่งหมายที่จะให้การช่วยเหลือแก่ทหารอิสราเอลในการที่จะทำให้พวกเขาได้รับความอัปยศอีกทั้งเพื่อเข่นฆ่าชาวปาเลสไตน

และท้ายที่สุดก็คือ นักรบอิสลาม กำลังได้รับความน่าเชื่อถือ อันเนื่องมาจากว่าพวกเขาได้แสดงให้เห็นถึงความเต็มใจของพวกเขาที่จะแบ่งปันความยากจนจากคนจน อีกทั้งความตั้งใจที่จะต่อสู้รบกับทหารอเมริกา

สิ่งที่อเมริกาควรที่จะต้องรับรู้และเข้าใจเอาไว้นั้นสำหรับเราแล้วมันเป็นสิ่งที่ผิดปกติ นั้นก็คือ จากโมรอคโคไปจนถึงปากีสถาน เราไม่ได้ถูกมองจากคนส่วนใหญ่ว่าเป็นคนดีอีกต่อไปแล้ว

ถ้าการปกครองแบบอิสลามกำลังเป็นแนวความคิดอุดมการณ์ที่มีอิทธิพลต่อประชากรแห่งอิสลามโดยทั่วไปแล้วล่ะก็ จะให้กองทัพที่ดีที่สุดบนโลกนี้หยุดมันเอาไว้ได้อย่างไรกัน   มันไม่ทำให้เราต้องร่างนโยบายหรือยุทธวิธีขึ้นมาใหม่อย่างนั้นหรือ

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

เชิงอรรถ

[1] แปลมาจากคอลัมน์วิเคราะห์การเมืองของเวป http://www.antiwar.com/pat/?articleid=9192 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2006

2 แพทริค เจ บุชานัน ได้เคยลงสมัครรับเลือกตั้งสองครั้งในการเสนอชื่อเป็นประธานของพรรคริพับลิกันและยังได้เคยเป็นผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคริพอมปาร์ตี้  และเขาก็ยังเป็นผู้ก่อตั้งและเป็นบรรณาธิการนิตยสารออกใหม่ที่มีชื่อว่า “ The American conservative ” ในขณะที่เขาเป็นนักวิจารณ์และนักเขียนคอลัมน์หนังสือพิมพ์อยู่นี้เขาก็ยังได้เคยทำงานให้กับประธานาธิบดีในไวทเฮาส มาแล้วถึงสามคนด้วยกัน และยังได้เคยเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งของกลุ่มผู้อภิปรายในรายการโชว์ทางทีวีในประเทศถึงสามรายการ และในขณะนี้เขาได้แต่งหนังสือออกมา เจ็ดเล่ม ด้วยกัน ( ผู้แปล )

3 การรวมตัวกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งการรวมตัวทางการเมืองระหว่างออสเตรียกับเยรมันนีในปี ค.ศ. 1938 ( ผู้แปล )

4 กวีและนักประพันธ์ชาวอังกฤษที่เกิดในประเทศฝรั่งเศส มีชีวิตอยู่ในช่วง ค.ศ. 1870-1953 ( ผู้แปล )

Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s