Assabikoon กลุ่มชนแนวหน้า

Just another WordPress.com weblog

ถอดรหัส CERN (ตอนที่ 1) กรกฎาคม 29, 2009

ถอดรหัส CERN

(ตอนที่ 1)

Siva_Nataraja

หญิงสาวในเหรียญอเมโร แท้ที่จริงแล้วคือใคร ?

Bluegy Images Hosting

เทวรูปศิวะนาฏราช

รูปปั้นองค์พระศิวะ (พระเจ้าแห่งการทำลาย ผู้ผันแปรสรรพสิ่ง ตามความเชื่อของศาสนาฮินดู) ใกล้กับอาคารวิจัย A40 ของเซิร์นเซิร์นได้รับมอบเทวรูปนี้เป็นของขวัญจากกระทรวงพลังงานปรมาณูของอินเดีย เพื่อเฉลิมฉลองการร่วมมือกันอย่างลับ ๆมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1960 นับแต่เริ่มต้นการปฏิวัติฟิสิกส์ออกจากกรอบของนิวตัน สู่ฟิสิกส์สมัยใหม่จนพัฒนาก้าวหน้าและเป็นปึกแผ่นในทุกวันนี้ ความจริงเรื่องนี้ได้ถูกเปิดเผยออกมาเมื่อ 18 มิถุนายน 2004

อินเดียได้มอบเทวรูปสัมริดตามคติและปรัชญาความเชื่อเรื่องจักรวาลของชาวฮินดูขนาดยักษ์ที่ชื่อ “ศิวะนาฏราช” พระศิวะเต้นรำอยู่ในห้วงจักรวาลเพื่อทำลายทุกสิ่งก่อนการเริ่มต้นสร้างจักรวาลของพระพรหม อันนำไปสู่ทฤษฎี “string theory” ซึ่งวางอยู่บนแนวคิดต้นกำเนิดพลังงาน สนามพลังงาน การไหลของพลังงาน และสิ่งที่สะท้อนให้รับรู้ถึงต้นกำเนิด

ปรัชญาการเมืองกับวิทยาศาสตร์ที่เซิร์น

ก่อนการมี Madison Avenue ถนนแห่งมหาอำนาจวงการสื่อ วิทยาศาสตร์มีอิสระที่จะสื่อสารองค์ความรู้ของตน หากสาธารณะชนมีคำถามอันใด นักวิทยาศาสตร์ก็ออกมาตอบคำถามได้ด้วยตัวเอง

เกมการเมืองเป็นการละเล่นของคณะรัฐบาลและนักธุรกิจเท่านั้น แต่ปัจจุบันสถาบันทางวิทยาศาสตร์และห้องค้นคว้าขนาดใหญ่ซับซ้อน ก็มีระบบที่ใช้บริหารตัวเอง สามารถพัฒนาการสื่อสาร โลกในอุดมคติทางวิทยาศาสตร์ผ่านสำนักพิมพ์ของตัวเองและนักล็อบบี้

พวกเขาขายความฝันทางวิทยาศาสตร์ ไม่ต่างกันกับบริษัทรถยนต์ที่พยายามขายรถของตน

พวกเขาโฆษณาอุดมคติทางวิทยาศาสตร์เหล่านั้นให้ดูดีน่ายกย่อง

ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์บางคนก็หน้าบางรู้สึกละอายในสิ่งที่เพื่อนนักวิทยาศาสตร์เหล่านั้นกำลังทำ แต่พวกเขาไม่อาจก้าวจากประตูที่ปิดตายไว้โดยผู้นำวงการสื่อเพื่อออกมาบอกผู้คน

ที่เซิร์นยังก้าวไปไกลมากกว่านั้น พวกเขานำวิทยาศาสตร์ก้าวขึ้นสู่เวทีของวงการสื่อด้วยข่าวครึกโครมในวันที่ 10 กันยายน 2008 เพื่อประกาศศักยภาพของ LHC ซึ่งกำลังเริ่มทดลองในขั้นแรก ซึ่งเป็นข่าวใหญ่กันไปกับการเดินเครื่องยิงอนุภาคด้วยพลังงานสูง โดยไม่เกิดความผิดพลาดอันใด เป็นการยืนยันความปลอดภัยและความสำเร็จของการทดลองนี้ ไม่มีวันอวสาน พวกขี้วิตกเรื่องวันอวสานคือคนผิดและโง่เขลา เซิร์นพูดถูกแล้ว !

ในขณะที่มีโปรตรอนบางลูกหลุดลอดออกมาจากสถานีทดลอง ระบบบริหารฐานข้อมูลเว็บไซต์ของเซิร์นถูกจารกรรมโดยใครก็ไม่รู้ทำให้เว็บล่มไป 2 วัน เครื่อง Surface transformer ขนาด 30 ตันระเบิดขึ้นหลังจากนั้น 36 ชั่วโมง !

จากนั้นความล้มเหลวอย่างใหญ่หลวงก็เกิดขึ้นกับ Cryogenic cooling system เกิดความเสียหายกับอุโมงค์ยิงอนุภาคไป 8/17 ส่วน ข้อมูลความผิดพลาดเหล่านี้แทบจะไม่หลุดลอดออกสู่สาธารณชน มีแต่การพยายามที่จะยืนยันความปลอดภัยกับการยิงจริงในปี 2010 และการพยายามกล่าวอ้างว่าเป็นการทดลองในระยะแรกย่อมเกิดความผิดพลาดขึ้นได้กับเครื่องยิงอนุภาคขนาดยักษ์นี้

Haridwar ทวารแห่งฮารี ประตูสู่พระเจ้า (ความสัมพันธ์ของอินเดียกับเซิร์น)

Haridwar หนึ่งในเมืองศักดิ์สิทธ์ของชาวอินเดียเป็นศูนย์กลางของศาสนาฮินดูและไสยศาสตร์ มากว่าศตวรรษ บนตลิ่งแม่น้ำคงคา ณ จุดที่แม่น้ำไหลลงจากหุบเขาสู่แผ่นดินอินเดียทางเหนือ เมืองนี้ดึงดูดผู้แสวงบุญชาวฮินดูและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก

Lord Shiva at haridwar

ที่นี่เป็นสถานที่ทำพิธีทางศาสนาในงานเทศกาล Kumbh Mela ประจำทุกรอบ 12 ปี เป็นเทศกาลที่มีผู้ร่วมชุมนุมมากที่สุดในโลก บันทึกไว้ว่ามีจำนวน 70 ล้านคนในปี 2003 เทศกาลจัดหมุนเวียนไปในสี่เมือง Haridwar Allahabad Ujjain Nashik

อีกเทศกาลหนึ่ง “Ardh Mela” จะจัดขึ้นที่นี่ทุก รอบ 6 ปี เทศกาลทั้งสองนี้ “Kumbh Mela” และ “Ardh Mela” จะประจวบพร้อมกันขึ้นอีกครั้งหนึ่งในปี 2010 ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับที่ CERNวางแผนทำการทดลองยิงอนุภาคอย่างเต็มรูปแบบพอดีการเดินเครื่องครั้งนี้ น่าเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมนี้ด้วยหรือไม่

http://www.davidicke.com/forum/showthread.php?t=43882

ในศาสนาฮินดู เรามักจะพบเห็นพระเจ้าสามองค์คือ พระพรหมผู้สร้าง, พระวิษณุ(นารายณ์) ผู้ดำรงรักษา และพระศิวะ(อิศวร) ผู้ทำลายWaite (นักเขียน) กล่าวไว้ในหนังสือเกี่ยวกับฟรีเมสันของเขาไว้ว่า พระศิวะ ก็คือ Babilonian Bel หรือ กษัตริย์แห่งบาบิโลเนีย องค์เดียวกันกับ Sungod พระอาทิตย์ และชื่อย่อของหน่วยงาน I.AO. [“Hidden Secrets of Masonry, by Dr. Cathy Burns, p. 29]

ตัวย่อของ Information Awareness Office (I.A.O.) (หน่วยงานที่ก่อตั้งโดย DARPA เพื่อตรวจตราข้อมูลต่าง ๆที่เกี่ยวกับความมั่นคงสมัยรัฐบาลบุช ก่อตั้งขึ้นหลังจากเหตุการณ์ 9/11) ก็คือชื่อของ Sungod (พระอาทิตย์), Bel (กษัตริย์ที่อ้างตัวเป็นพระเจ้าของบาบิโลน), Baal (ชัยตอนมารร้าย)

ข้อมูลสำคัญของ IAO ที่มีต่อเหล่าผู้บูชาชัยฏอน

I.A.O., คือความหมายแทนพระเจ้าในคุณลักษณะของ ภูมิปัญญา, ความแข็งแกร่ง และความสวยงามสมบูรณ์ ตัวอักษร I ซึ่งเขียนด้วยเส้นตั้งตรง คือเสาซึ่งตั้งสูงขึ้น – ความสร้างสรรค์ แสดงถึงภูมิปัญญาและความแข็งแกร่งที่ชูเด่น อยู่ได้ด้วยตัวเอง ตัวอักษร A ก็คือพีรามิด หรือภูเขาแห่งความแข็งแกร่ง ตัวอักษร O ก็คืองูที่ม้วนหางมาคาบไว้ที่ปาก เครื่องหมายแห่งความงาม ความชาญฉลาด พลังชีวิต และความเป็นนิรันดร์

I.A.O., คือรากที่มา บรรดานามต่างๆของพระเจ้า ของประชาชาติต่าง ๆในสมัยโบราณ [p. 137, “The Mysteries of Osiris or Ancient Egyptian Initiation”, by Reverend Doctor R. Swinburne Clymer, The Philosophical Publishing Company, 1951 Revised Edition; Note: Clymer is a Masonic and Rosicrucian author]

Movers (นักเขียน) ให้อธิบายตามคติของชาวโฟนิเชียน แสงของดวงตะวัน ว่ามีอิทธิพลต่อจิตวิญญาณ ซึ่งมาจากพระเจ้า I.A.O. คือแสงซึ่งรับรู้ได้ด้วยปัญญา ทั้งกายภาพและทางจิตวิญญาณของทุกสรรพสิ่ง ซึ่งหลั่งไหลสู่ร่างกาย (“Isis Unveiled”, Madame H.P. Blavatsky, Volume 1, p. 61, 1877 copyright) สุดท้ายลองวิเคราะห์ keyword จาก คำเริ่มต้นของชื่อพระเจ้าแห่งภูมิปัญญา  I’sis’ A’pophis O’siris = I.A.O ตั้งแต่ดวงตะวันได้ก่อเกิดชีวิตและส่องแสง คำย่อนี้ย่อมอ้างถึงแสงสว่างแห่งความรู้คือผู้ปลดปล่อยสู่อิสรภาพ เป็นระเบียบความหมายในยุคโบราณ ที่แสดงเป็นนัยถึงแสงที่ส่องมายังธรรมชาติของมนุษย์ ในอีกด้านหนึ่งมันได้บอกถึง การเวียนว่ายของจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นวิถีที่นำทางไปสู่ การส่องสว่างให้เกิดการรู้แจ้ง [“The Golden Dawn”, Israel Regardie, 1987, p. 12]

สรุปเป็นวลีเดียวกับคำจำกัดความของ I.A.O. ก็คือ ตั้งแต่ดวงตะวันได้ก่อเกิดชีวิตและสาดแสง ก็โยงไปได้ว่า แสงสว่างแห่งปัญญาจะปลดปล่อยสู่เสรีภาพ แผนการทั้งหมดของอิลลูมิเนตินั้นก็คือการวางฟันเฟืองของระบบที่ขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่ระดับสูงสุดคือการเปิดฉากให้แก่แอนติไครสต์ (มะสีหฺ อัดดัจญาล)

ตรีเอกานุภาพ แสงสว่าง และความรู้แจ้ง

ไม่แปลกเลยที่ความเชื่อมโยงกันนี้เกิดขึ้นอยู่เสมอ ปรัชญาแห่งการรู้แจ้ง, แสงสว่างเจิดจ้าของพระอาทิตย์, คติเรื่องตรีเอกานุภาพ (พระเจ้าทั้งสาม) ถูกนำไปครอบไว้บนความจงรักภักดีของคนทั้งโลก ให้ทำงานรับใช้และภักดีต่อพระเจ้าทั้งสาม (หลากหลายรูปแบบ) ที่ผู้คนในโลกกำลังยึดถือ ลองมองกลับมาใกล้ตัวเรา พวกเขาครอบครองอำนาจด้วยพระเจ้าแห่งตรีเอกานุภาพทั้งสิ้น ไม่เพียง พระบิดา พระบุตร พระจิต ที่ทำให้ชาวคริสต์ถูกปกครองโดยจักรพรรดิคอนสแตนติน

ในสีของธงไตรรงค์ (สถาปนาในรัชสมัยขององค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.6 ครั้งร่วมรบในสงครามโลก) ที่เทิดทูนเหนือประเทศชาติของเราเองก็สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างของพลังอำนาจนี้ที่รุกเข้ามาในสยามประเทศ ฐานอำนาจทั้งสามที่แข็งแกร่งนี้ถูกนำมาปกครองผู้คนในทุกดินแดนเพื่อสถาปนาความมั่นคงให้แก่พีรามิด ซึ่งยอดของมันมีดวงตาส่องแสง

ขอร่ำรำพรรณบรรยาย ความคิดเครื่องหมาย          แห่งสีทั้งสามงามถนัด

ขาวคือบริสุทธิ์ศรีสวัสดิ์ หมายพระไตรรัตน์            และธรรมะคุ้มจิตไทย

แดงคือโลหิตเราไซร้ ซึ่งยอมสละได้                     เพื่อรักษะชาติศาสนา

น้ำเงินคือสีโสภา อันจอมประชา                     ธ โปรดเปนของส่วนองค์

จัดริ้วเข้าเปนไตรรงค์ จึ่งเปนสีธง                           ที่รักแห่งเราชาวไทย

ทหารอวตารนำไป ยงยุทธ์วิชัย                           วิชิตก็ชูเกียรติสยามฯ

http://www.krama6.su.ac.th/activity/activity09.htm

ความรุ่งโรจน์ของอินเดีย ที่สถานีวิจัยเซิร์น

NDTV’s Science

Bluegy Images Hosting

ณ รอยต่อพรมแดนฝรั่งเศสกับสวิสเซอร์แลนด์ Pallava Bagla หนึ่งในบุคคลจำนวนน้อยที่ได้รับสิทธิพิเศษให้เข้าไปในอุโมงค์ยาว 27 กิโลเมตรฝังตัวอยู่ใต้ผืนโลกลงไป 100 เมตร สถานที่แห่งนี้กำลังดำเนินการทดลองซึ่งแสดงถึงความทะเยอทะยานของนักฟิสิกส์ที่จะค้นหาวินาทีหลังกำเนิดจักรวาล (ในความเชื่อตามทฤษฎีหนึ่งคือ ‘บิ๊กแบง’) เขานำเสนอรายงานหนึ่งซึ่งบอกให้เราทราบถึงการให้ความร่วมมือสนับสนุนของอินเดีย

เบื้องใต้ไร่องุ่นที่กำลังรับลมสดชื่นของเทือกเขาแอล์ป งานที่น่าตื่นเต้นกำลังก้าวไปสู่ความสำเร็จ เครื่องจักรที่มีชื่อเล่นว่า “Lord of Rings” หรือ เครื่องเร่งอนุภาคกำลังเตรียมการเดินเครื่องในฤดูร้อนปีต่อไป สิ่งที่กำลังจะทำกันอยู่นี้คือการ จำลองสภาวะ ณ จุดกำเนิดจักรวาล อีกครั้ง

การทดลองนี้ทำกันใต้ผิวโลก ในอุโมงค์กินรัศมีพื้นที่กว่า 27 กิโลเมตร นักวิทยาศาสตร์ที่นี่หวังที่จะนำอนุภาคส่วนประกอบภายในอะตอมมาวิ่งในอุโมงค์วงแหวนนี้ด้วยความเร็วเกือบเทียบเท่าขีดจำกัดความเร็วของแสง และเฝ้ามองดูเศษซากการชนกันของอนุภาคนี้ เพื่อให้เข้าใจความสัมพันธ์ของสสารและพลังงาน และบางทีอาจทำให้เข้าใจได้ว่า สสารปรากฏขึ้นมาได้อย่างไร

ในการทดลองครั้งยิ่งใหญ่ของยุโรปนี้ อินเดียได้ให้ทุนสนับสนุนสูงถึง 40 ล้านดอลลาร์ และให้การสนับสนุนในการประกอบและติดตั้งเครื่องเร่งอนุภาคนี้ด้วย

Dr. V C Sahni, ผู้อำนวยการ Raja Ramanna Centre For Advanced Technology, แห่งเมือง Indore กล่าวว่า “มันเป็นแม่เหล็กที่ใหญ่ขนาด 15 เมตร ซึ่งทำการทดสอบโดยทีมวิศวกรชาวอินเดีย และถูกสร้างขึ้นโดยบริษัท The Electronics Corporation of India Limited

LHC จะถูกประกอบขึ้นที่อินเดีย น้ำหนักของมันหนักถึง 32 ตันและต้องใช้ความปราณีตในการติดตั้งด้วยความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 10 ไมครอน” นักวิทยาศาสตร์ชาวอินเดียได้รับเกียรติอย่างสูงในฐานะผู้ให้ความสนับสนุนเป็นอย่างดี

ศาสตราจารย์ Sukalyan Chattopadhyay, นักวิทยาศาสตร์จากสถาบัน Saha Institute Of Nuclear Physics, กล่าวเสริมว่า “เครื่องตรวจจับในส่วนของ di-muon spectrometer ของ Alice ทั้งหมดถูกสร้างในอินเดียและภายในเครื่องตรวจจับนี้ บ่งบอกเป็นอย่างดีถึงความร่วมมือของอินเดียต่อการทดลองนี้” ชิพประมวลผลที่ชื่อ “MANAS” ถูกพัฒนาขึ้นโดยนักวิทยาศาสตร์อินเดีย, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อิตาลี และรัสเซีย

The eye of Sauron จากหนังเรื่อง Lord of the rings

อินเดียได้มอบคนงานนับชั่วโมงทั้งหมดกว่าร้อยปีการทำงานให้กับการทดลองนี้ด้วยการประดิษฐ์และขนส่งอุปกรณ์ที่ใช้ความประณีต ซึ่งประกอบด้วยสี 3 สีของธง (ไตรรงค์) ตามธง 3 สีของอินเดียเพื่อเป็นเกียรติ

John Ellis นักฟิสิกส์ของ European Organisation For Nuclear Research (เซิร์น), เมืองเจนีวากล่าวว่า “เรามีความยินดีกับความร่วมมือของอินเดียในโครงการ LHC นักฟิสิกส์และวิศวกรอินเดียได้มีส่วนสำคัญในการสร้างเครื่องเร่งอนุภาค และการทดสอบระบบแม่เหล็กต่าง”

ใต้พื้นผิวโลกลึกกว่าร้อยเมตรนี้มีแต่เครื่องมืออุปกรณ์ขนาดยักษ์ มันคืออุโมงค์ขนาด 27 กิโลเมตร และระดมนักวิทยาศาสตร์กว่า 8,000 คนทั่วโลกเพื่อพยายามที่จะจำลองสิ่งที่เกิดขึ้น ในช่วงสองสามวินาทีแรกของการเกิดบิ๊กแบง และหวังที่จะค้นหาอนุภาคปริศนา Higgs-Boson ซึ่งเป็นกุญแจที่ไขความเข้าใจเกี่ยวกับสสาร

ฟิสิกส์ วิชาแห่งการศึกษาโลกทางกายภาพของสสารและพลังงาน ในหน้าประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา โดยส่วนมากของวิชานี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรับใช้ตอบสนองการบริโภคพลังงาน และการพัฒนาอาวุธ ซึ่งมนุษย์ใช้ในฆ่าฟันกันในสงคราม ดังหลักฐานอันชัดแจ้งจากการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นผลผลิตที่ได้จากโครงการแมนฮัตตัน โครงการที่เกิดจากการรวมนักวิทยาศาสตร์ชาวยิวที่ลี้ภัยจากยุโรป ชาวยิวเหล่านี้ยังคงพยายามค้นคว้ามันต่อไป พวกเขาเดินทางเข้าไปศึกษาวิถีปรัชญา จากบรรดาคุรุในดินแดนชมพูทวีป และได้นำปรัชญาวิธีคิด ไปสร้างสมมุติฐาน จนค้นพบความรู้ใหม่ๆอีกมากมาย วิชาฟิสิกส์ยุคใหม่ จึงได้รับอิทธิพลจากปรัชญาของโลกตะวันออก ที่พึ่งพาตำนานความเชื่อทางไสยศาสตร์ในคัมภีร์พระเวท และปรัชญาการเวียนว่ายการเกิดและการดับหมุนเวียนไปไม่สิ้นสุดบนความไม่แน่นอนเที่ยงแท้ของสรรพสิ่ง ซึ่งเป็นการโลกทัศน์ใหม่ให้แก่วิชาฟิสิกส์ การค้นพบของนักวิทยาศาสตร์ที่สถานีวิจัย CERN จะนำพาไปสู่พลังของอาวุธทำลายล้างชนิดใหม่อย่างไม่ต้องสงสัย

Bluegy Images Hosting

ชัยตอนตัวแม่

“พวก เขาจะไม่วิงวอนขออื่นจากพระองค์ นอกจากเจว็ดหญิง และพวกเขาจะไม่วิงวอน นอกจากต่อชัยฏอนที่ดื้อดันเท่านั้น” (อันนิซาอ์ : 117)
“ข้า มิได้บัญชากับพวกเจ้าดอกหรือ โอ้ลูกหลานของอาดัมเอ๋ย! ว่าพวกเจ้าอย่าได้เคารพบูชาต่อชัยฏอนมารร้าย แท้จริง มันนั้นเป็นศัตรูตัวฉกาจของพวกเจ้า และพวกเจ้าจงเคารพภักดีต่อข้า นี่คือแนวทางอันเที่ยงตรง” (ยาซีน : 60-61)

เทวรูปเทพีเสรีภาพ ในอ่าวเมืองนิวยอร์ค เป็นของขวัญซึ่งมอบโดย Grand Orient Temple Masonsแห่งฝรั่งเศษให้แก่ Masonsแห่งอเมริกา ในปี 1884 เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปีสาธารณรัฐเมโซนิก (สหรัฐอเมริกา) เธอถือ คบเพลิงแห่งความรู้แจ้ง ซึ่งย้อนประวัติกลับไปในปี 1700 โดยกลุ่มอิลลูมิเนติ ในความหมายของ คบไฟแห่งเหตุและผล คบเพลิงซึ่งเปรียบเสมือนดวงตะวันที่ส่องแสงเจิดจ้าอยู่ในท้องฟ้า ส่วนเทพีองค์นี้เธอเคยโลดแล่นอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์โลกและปรากฏตัวอยู่ในหลากหลายอารยธรรมสมัยก่อน เทวรูปพระแม่องค์นี้ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า เทพีเสรีภาพผู้จุดประกายความสว่างไสวแก่โลกวิศวกรผู้ออกแบบเจว็ดหญิงตัวนี้คือ กุสตาฟ ไอเฟล ผู้เคยสร้างหอเหล็กสูงรูปตัว A(หอไอเฟล) สัญลักษณ์ของลัทธินิยมอิสระเสรี ไร้กฏเกณฑ์มาแล้ว

และนี่คือรายนาม เจว็ดหญิงหรือพระแม่ ที่เกี่ยวขอ้งกับเทวรูปองค์นี้ ที่เคยปรากฏในอารยธรรมยุคโบราณที่ถูกพระเจ้าทำลายล้างไป

Bluegy Images Hosting

‘Semiramis’ อาร์เมเนียน สุเมเรียน ‘Ishtar’ บาบิโลน’The Scarlet Woman’บาบิโลน’Isis’ อียิปต์ ‘Hathor’ อียิปต์’Diana’ กรีก ‘Venus’  กรีก ‘The Queen of the Sea’ กรีก (เมียของโปเซดอน)’Kali’ อินเดีย (เมียพระศิวะ)’Dhumawati’ อินเดีย (เมียพระศิวะ)’Lucifera’ อิตาลี’Astoreth’ ฟิลิสตีน’Juno’ โรมัน ‘Angerona’ โรมัน’Ceres’ โรมัน’The Lady of the Lake’ อังกฤษ’The Green Man’s Bride’อังกฤษ ‘Notre Dame de Lumiere’ฝรั่งเศษ’Ostara’  เยอรมัน ‘Lilith’ เซมิติก’Virgo’ ราศีกัณย์  ‘The Celestial Virgin’ ราศีกัณย์ ‘Al-Uzza’  อาหรับญาฮีลียะ’Fatima’ ชีอะ ‘Maria’  พระแม่มารี ‘Stella Maris’ พระแม่มารี ‘The Weeping Virgin’ พระแม่มารี’Sophia’  อัศวินเทมพลาร์ (ฟรีเมสัน) ‘Baphomet’ อัศวินเทมพลาร์ (ฟรีเมสัน)’Head 58m’ ฟรีเมสัน’CAPUT LVIIIm’ ฟรีเมสัน  ‘Our Dear Lady’  พระแม่มารี (ฟรีเมสัน)’The Black Virgin’ พระแม่มารี (ทวีปยุโรป และ ทวีปอเมริกา) ‘The Illuminatrix’ ฟรีเมสัน ‘The Queen of Heaven’ อารยธรรมเมดิเตอเรเนียน และ เมโสโปเตเมีย

และ ยังมีอีกมากมายในทุกอารยธรรมทั่วโลก ซึ่งชื่อต่างๆเหล่านั้นล้วนเป็นชื่อของ พระแม่ หรือเมียของเทพเจ้าสูงสุด ที่พวกเขาบูชากัน ซึ่งนักบวชของพวกเขาจินตนาการขึ้นจากความหมายเชิงนามธรรมที่เป็นคู่ตรงข้ามกัน เช่น พระแม่แห่งแห่งชีวิต พระแม่แห่งความอุดมสมบูรณ์ พระแม่แห่งตัณหา พระแม่แห่งความงาม พระแม่แห่งความรัก พระแม่แห่งสันติภาพ พระแม่แห่งชัยชนะ พระแม่แห่งสงคราม พระแม่แห่งความหิวโหย พระแม่แห่งความพ่ายแพ้ พระแม่แห่งความแห้งแล้ง พระแม่แห่งความตายเนื่อง จากพระแม่เหล่านี้ถูกสร้างขึ้นจากตำนานเทพนิยายซึ่งบอกเล่าใน สภาพของนามธรรม จึงสามารถนำคำอธิบายทางนามธรรมเหล่านั้นไปสร้างและตีความจนกลายเป็นทฤษฏีทาง ฟิสิกส์สมัยใหม่อีกด้วย เช่น อนุภาค พลังงาน กาลเวลา

ดอลลาร์ อเมโร ก้าวย่างสู่ความพินาศ


สัญลักษณ์ดอลลาร์ $ = ISIS ชื่อของพระแม่แห่งอียิปต์ แม่ของเทพ HORUS เทพเจ้าในรูป เหยี่ยวที่ปรากฏอยู่ในตราสัญลักษณ์ของสหรัฐอเมริกา พวกเขาบรรจงนำเทพเจ้าสถิตไว้ในเงินตราของสหรัฐอเมริกา
“เงินตราของเราจะถูกแทนที่ด้วย อเมโร และเรากำลังก้าวไปใกล้ถึงความฝันอันบ้าคลั่งของ U.N. ที่จะสถาปนารัฐบาลโลกหนึ่งเดียว”

ที่จะใช้คำว่าถูกแทนที่นั้นไปผิดเลยเพราะครั้งหนึ่งอเมริกาเคยมีระบบเงินตราที่วางอยู่บนค่าของ เหรียญเงิน และเหรียญทองแต่แล้วระบบเดิมก็ถูกแทนที่ด้วยเงินกระดาษที่แทนความหมายของการสัญญาว่าจะจ่ายด้วย เหรียญเงินหรือเหรียญทองในค่าที่เท่ากันกับในธนบัตร และ ในที่สุด กฏหมายการเงิน ในวันที่ 2เมษายน 1792 ของ รัฐบาลสหรัฐ ทำให้ เงินตราที่เคยมีค่าเท่ากับการสัญญา ถูกแทนที่ด้วยความเป็นหนี้ หรือสัญญาซึ่งเป็นข้อผูกมัดให้ประชาชนต้องชดใช้ โดยทางอ้อมในรูปของการจ่าย ภาษี หรือเงินเฟ้อ จากการกู้เงินของรัฐบาล เพื่อนำไปจ่ายให้กับ Federal Reserve มันไม่ใช่เงินดอลลาร์ ที่วางอยู่บนค่าของทองคำอีกต่อไป

ครั้ง หนึ่งกษัตริย์เฮนรี่ของฝรั่งเศษเคยทำลายค่าเงินของตัวเองจนต้องขูดรีด ภาษีจากประชาชนของตัวเองมาแล้ว ในยุคนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์แต่ วันนี้พวกเขาจัดการข้อมูลทั้งหมดผ่านคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์ที่ Culpepper, Virginia ค่าเงินถูกแปรผันผ่านตัวแปรทางเศรษฐกิจที่ซับซ้อน แต่ผลลัพท์ที่ได้ก็คือหนี้ที่จะต้องชดใช้ในรูปของภาษีให้แก่ธนาคารกลางเพื่อนำไป ใช้หนี้ให้แก่ Federal Reserve(นายทุนยิว) ไม่ว่าสถานะของเศรษฐกิจจะดีหรือเลวเข้าขึ้นวิกฤต
การ รวมระบบเงินตราอเมโรนับเป็นก้าวแรกที่นำเพื่อนบ้านอย่างแคนาดาและแม็กซิโกมา น้อมรับค่าเงินงี่เง่าและบ้าคลั่งนี้ ผ่านคำที่สวยหรูว่า สหภาพอเมริกาเหนือแผน การณ์ที่จะแทนที่เงินตราที่แท้จริงของเหรียญเงินและเหรียญทอง ด้วยกับ หนี้ของธนาคารกลาง(ธนาคารชาติ)นับเป็นก้าวอันยิ่งใหญ่ ที่จะนำพาโลกไปสู่ความฝันอันชั่วร้ายของระบอบสังคมนิยมที่จะสถาปนา รัฐบาลโลกหนึ่งเดียว
แนวคิดสังคมนิยม การปกครองด้วยผู้นำเผด็จการที่มีอำนาจเด็ดขาด เยี่ยงอำนาจของพระเจ้ามิใช่สิ่งที่ใหม่ มันดำรงอยู่มานานนับแต่ปี 1800 พวกมันได้ริเริ่มระเบียบการณ์ของพวกมัน ที่จะสถาปนารัฐบาลอันยิ่งใหญ่ทรงพลังด้วยการจำกัดความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ การจำกัดสิทธิส่วนบุคคล การลดค่าเงินกระดาษ การควบคุมสินเชื่อ จากสถานความเป็นหนี้ของรัฐบาล เหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของแผนการณ์ของพวกเขาซึ่ง แผนการณ์ทั้งหมดที่พวกเขาได้วางเอาไว้นั้นมิใช่อื่นใดเลยนอกจากจะนำไปสู่ ความพินาศของพวกเขาเอง ดังปรากฏในกุรอานซูเราะอัลฮัชรฺ ความว่า

[59:14] พวกเขาทั้งหมดจะไม่ต่อสู้กับพวกเจ้า เว้นแต่ในเมืองที่มีป้องปราการ หรือจากเบื้องหลังของกำแพง การเป็นศัตรูระหว่างพวกเขากันเองนั้นรุนแรงยิ่งนัก เจ้าเข้าใจว่าพวกเขารวมกันเป็นปึกแผ่น แต่ (ความจริงแล้ว) จิตใจของพวกเขาแตกแยกกัน ทั้งนี้ก็เพราะว่าพวกเขาเป็นหมู่ชนที่ไม่ใช้สติปัญญาใคร่ครวญ
[59:15] (สภาพของพวกเขา) ประหนึ่งอุปมาสภาพของบรรดา (พวกยิว) ก่อนหน้าพวกเขาเพียงเล็กน้อย ซึ่งพวกเขาได้ลิ้มรสผลร้ายแห่งการงานของพวกเขา และการลงโทษอันเจ็บปวดจะได้แก่พวกเขา
[59:16] ประหนึ่งเช่นชัยฏอนเมื่อมันกล่าวแก่มนุษย์ว่า จงปฏิเสธศรัทธาเถิด ครั้นเมื่อเขาได้ปฏิเสธศรัทธาแล้ว มันจะกล่าวว่า แท้จริงฉันขอปลีกตัวออกจากท่าน แท้จริงฉันกลัวอัลลอฮ์ พระเจ้าแห่งสากลโลก

http://www.gold-eagle.com/editorials_05/kirby062806.html
http://www.freemasonrywatch.org/statue_of_liberty.html

……………………………..……………………………………………

ชุกรี  การิมี

กลุ่มอัซซาบิกูน

Advertisements
 

One Response to “ถอดรหัส CERN (ตอนที่ 1)”

  1. รอมัต Says:

    ถึงแม้นจะเป็นแผนการชาวยิวแต่มุสลิมเราอ่อนแอมาก เพราะวัฒนธรรมยิวในหมู่มุสลิม มีเห็นไปทั่ว


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s